2006/May/12



>"เพื่อน" กับ "แฟน"
> >
> >
> >
> > อาหาร
> >
> >
> >
> >เพื่อน: ข้าวราด แกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30 -> แดกไรแพงๆวะเปลืองชิบ
> >แฟน: แดกห่าอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ข้าว ->
> >
> > สปาเกตตี้ เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ชิ สุ สั่งกันไป มื้อละร้อยขึ้น
> >
> >
> >
> >
> >สถานที่
> >
> >
> >
> >เพื่อน: สนามกีฬา สว่าง กว้าง สนุก
> > แฟน: โรงหนัง มืด แคบ นุ่ม...!?
> >
> >
> >
> >
> >
> >ข้ามถนน
> >
> >
> >แฟน: ข้ามได้มั้ย ระวังนะครับ! จับมือผม ไว้
> >เพื่อน: อ้าว! เหี้ย รอกูด้วย (แม่งข้ามไปนานละ)
> >
> >
> >
> >
> >
> > ที่บ้าน
> >
> >
> >เพื่อน: มาเพื่อ ดื่ม เมา นินทา เพื่อน ด่าชาวบ้าน เฮฮาปาจิงโกะ
> >แฟน: มาเพื่อ สุดยอดเลยที่ ร๊ากกกกกกกกก
> >
> >
> >
> >
> >
> >เวลาเดิน
> >
> >
> >แฟน: แนบชิด ประหนึ่งตัวดูดแบบสุญญากาศ
> >เพื่อน: เฮ้ย! ไปไกลๆกูหน่อยดิ ร้อนจะตายห่า!!
> >
> >
> >
> >
> >
> >บนรถเมล์
> >
> >
> >แฟน: นั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมยืนเอง
> >เพื่อน: เหยิบหน่อยดิวะ กูจะนั่งด้วย!
> >
> >
> >
> >
> >
> >บนรถเมล์(2)
> >
> >
> >แฟน: 2 คนครับ (ยื่นเงินให้กระเป๋าฯ)
> >เพื่อน: เฮ้ย มึงมีป่าววะ ออกไปก่อนดิ กูมีแบงค์พัน
> >
> >
> >
> >
> >เงิน
> >
> >
> >แฟน: มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
> >เพื่อน: ไม่มีเสมอ... มึงออกไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูให้(แร้วแม่งก็ชิ่ง)
> >
> >
> >
> >
> >มาสาย
> >
> > แฟน: ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้
> >เพื่อน: ทำห่าไรอยู่วะ มาโคตรช้าเลย สาด ...เลี้ยงข้าวกูเลย
> >(เพิ่งจะมาก่อนแม่งได้ 5 นาทีเหมือน กัน)
> >
> >
> >
> >
> >ช่วยทำ ธุระ
> >
> >
> >แฟน: ว่างเสมอ -> อ๋อ ว่าง ครับ
> >จะให้ไปถึงที่นั่นกี่โมงดีจะได้เตรียมตัวล่วงหน้า
> >เพื่อน: ไม่เคยว่าง -> ขนของย้ายห้องเหรอวะ ... เออ...ที่จริงก็ได้ นะ แต่พอดี
> >แม่กูให้ช่วยพาไปหาญาติๆฝ่ายแม่ว่ะ แล้วบ่ายๆต้อง ไปหาของฝ่ายพ่ออีก
> >คงไม่ว่างแล้วละ
> >
> >
> >
> >
> >
> >กลับบ้าน ดึก
> >
> >
> >แฟน: เดี๋ยวผมนั่งรถไปส่งดีกว่านะ กลับคนเดียวอันตราย
> >เพื่อน: กลับยังไงวะมึง มีค่ารถป่าว แต่กูไม่มี ให้ยืมนะเว้ย
> >
> >
> >
> >
> >
> >ป่วย
> >
> >
> >แฟน: เป็นไรมากมั้ย? กินยายังคับ ห่มผ้าด้วยนะ (แม่งดูแลแม่อย่างนี้ ป่าววะ)
> >เพื่อน: เป็นห่าไรอีกวะ สำออยอะดิมึง ออกมาให้ไวเลย แดก เหล้ากัน
> >
> >
> >
> >
> >
> >เวลาอยู่ด้วยกัน
> >
> >
> > เพื่อน: เยี่ยว ขี้ ขากเสลด ซื้ดขี้มูก ตด -> ห่านี่ อุบาทชิบหาย
> >แฟน: แต่งตัว โบ๊ะหน้า เสริมจมูก ดันนม ดึงเกงใน เช็คขนจ้ากแร้ -> ตาม บายๆ
> >
> >
> >
> >
> >
> >สอนหนังสือ
> >
> >
> >แฟน: ไม่ เข้าใจตรงไหนบอกนะครับ จะอธิบายให้ใหม่
> >เพื่อน: กูสอนมึง 3 รอบแล้ว นะ ห่านี่ แดกหญ้าแทนข้าวไงวะ
> >
> >
> >
> >
> >
> >วาเลนไทน์
> >
> >
> >แฟน: ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้า อก
> >เพื่อน: (วันนี้มันไม่มีตัวตน)
> >
> >
> >
> >
> >
> >โดน ทิ้ง
> >
> >
> >แฟน: เราไปกันไม่ได้ / อย่ามายุ่ง กับเรา / ไปไหนก็ไป รำคาญ
> >เพื่อน: ไม่เป็นไรเว้ย! ช่างแม่ง มึง ยังมีกูอยู่
> >
> >
> >
> >
> >
> >แล้ว.... สุดท้าย คงจะรู้ว่าใครที่จะอยู่เคียงข้างเราจนวันสุด ท้าย
> >

> >

edit @ 2006/05/12 15:50:30
edit @ 2006/05/12 15:51:44
edit @ 2006/05/12 15:52:44

2006/May/12

ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากบ้านของเธอ

>>>> >>>และได้เห็นชายชราที่มีเคราสีขาว 3

>>>> >>>คนนั่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

>>>> >>>ของเธอ เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เธอพูดกับเขาว่า

>>>> >>>ฉันไม่คิดว่าฉันรู้จักพวกคุณ แต่ท่าทางคุณต้องหิวแน่เลย

>>>> >>>โปรดเข้ามาในบ้านและทานอะไรซักหน่อยเถอะ"

>>>> >>>สามีของเธออยู่ในบ้านไหม" เขาถาม

>>>> >>>ไม่" เธอตอบ "เขาออกไปข้างนอก"

>>>> >>>ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็เขาไปข้างในไม่ได้ดอก" เขาตอบ

>>>ในตอนเย็นเมื่อสามีเธอกับมาบ้าน

>>>

>>>> >>>ไปบอกพวกเขาซิ ฉันกลับมาบ้านแล้ว

>>>>และเชิญเข้ามาในบ้านเถิด"

>>>> >>>เธอก็ออกไปและเชิญพวกชายชรานั้นให้เข้ามาในบ้าน

>>>> >>>เราเข้าไปในบ้านพร้อมกันไม่ได้หรอก" เขาตอบ

>>>> >>>ทำไมล่ะ" เธอถาม

>>>> >>>ชายชราคนหนึ่งอธิบายว่า

>>>> >>> >> >>>>>>"เขาชื่อ

>>>> >>>ความมั่งคั่ง"

>>>> >>> >> >>>>>>เขาพูดและชี้ไปยังเพื่อนของเขา และชี้ไปยังอีกคนหนึ่งว่า

>>>> >>> >> >>>>>>"เขาคือ ความสำเร็จ และฉันคือ ความรัก"

>>>> >>>

เขากล่าวต่อไปว่า

>>>> >>> >> >>>>>>"บัดนี้

>>>> >>> >>จงเข้าไปข้างในและปรึกษากับสามีของเธอว่า

>>>> >>> >> >>>>>>คนไหนในพวกเราที่คุณต้องการจะให้เข้าไปในบ้านของคุณ"

>>>> >>> >> >>>>>>เธอกลับเขามาข้างในและบอกกับสามีของเธอ

>>>> >>> >>

>>>> >>>>>>สามีของเธอรู้สึกดีใจมาก

>>>> >>> >> >>>>>>

>>>> >>> >> >>>>>>"วิเศษจริง ๆ" เขากล่าว "เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะเชิญ

>>>> >>> >> >>>>>>ความมั่งคั่ง เมื่อเขาอยู่กับเรา

>>>> >>>

>>>>>>บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง"

>>>> >>> >> >>>>>>ฝ่ายภรรยาไม่เห็นด้วย

>>>> >>> >>

>>>> >>> >>>>>>"ที่รัก ทำไมเราไม่เชิญ ความสำเร็จ ล่ะ"

>>>> >>> >>

>>>> >>> >>>>>>ขณะนั้นลูกสะใภ้ได้ยินทั้งสองกำลังปรึกษาจากมุมหนึ่งของบ้าน

>>>> >>> >> >>>>>>เธอก็เข้ามาและแนะนำว่า "จะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเราเลือก

>>>> >>>ความรัก

>>>> >>> >> >>>>>>บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความรักไง"

>>>> >>> >>

>>>> >>>>>>

>>>> >>> >>

"เราฟังสิ่งที่ลูกสะใภ้แนะนำเถอะ"

>>>> >>> >>สามีกล่าวกับภรรยา

>>>> >>> >> >>>>>>"ออกไปข้างนอกและเชิญความรักเขามาเป็นแขกของเราเถอะ"

>>>> >>> >> >>>>>>ภรรยาออกไปและถามชายชราทั้ง 3 ว่า "ใครคือความรัก

>>>> >>> >> >>>>>>โปรดเข้ามาและเป็นแขกของเราเถอะ"

>>>> >>> >> >>>>>>ความรักลุกขึ้นและเดินไปยังบ้าน ชายชราอีก 2

>>>> >>> >> >>>>>>คนก็ลุกขึ้นและตามเขาไป

>>>> >>> >> >>>>>>ด้วยความประหลาดใจ

ภรรยาถาม ความมั่งคั่ง

>>>> >>>และความสำเร็จว่า

>>>> >>> >>

"ฉันเชิญเพียงความรัก ทำไมคุณถึงเข้ามาด้วยล่ะ"

>>>> >>> >> >>>>>>ชายชราตอบพร้อมกันว่า "ถ้าคุณเชิญความมั่งคั่ง

>>>>หรือ

>>>> >>>ความสำเร็จ

>>>> >>> >> >>>>>>คนใดคนหนึ่ง อีกสองคนก็จะอยู่ข้างนอก

>>>> >>>แต่เมื่อคุณเชิญความรัก ที่ใดที่เขาไป เราจะไปกับเขา

>>>> >>>ที่ใดมีความรัก ที่นั่นก็จะมีความมั่งคั่งและความสำเร็จ"

>>>> >>>คุณมีตัวเลือก 2 ข้อคือ

>>>> >>>1.ปิดมันเสีย

>>>> >>>2. เชิญความรัก

>>>> >>>โดยแบ่งปันเรื่องนี้กับทุกคนที่รัก

2006/May/11

>
>,
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>เนื้อเรื่องน่าสนใจและดีมากสำหรับสุภาพสตรี
>> >>>>>>>>จึงส่งต่อมาให้อ่านโดยทั่วกัน
>>หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้
>> >>>>>>>>.........ข้อศอกเป็นจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย
>> >>>>>>>>หากถูกทำร้าย หรือกำลังจะถูกทำร้าย
>>และคุณอยู่ในระยะที่ใกล้พอ
>> >>>>>>>>จงใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์
>> >>>>>>>>(ถองกบาลหรือกกหูมันแรงๆ )
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>2. ข้อแนะนำจากหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์
>> >>>>>>>>หากถูกโจรจี้และขอกระเป๋าถือหรือ
>> >>>>>>>>กระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร
>>แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ
>> >>>>>>>>เพราะเป็นไปได้ว่าเจ้าโจรนั่นอาจสนใจเงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณมันจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่คุณโยนออกไป
>> >>>>>>>>ทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>3.
>>ถ้าถูกจับขังในฝากระโปรงท้ายรถพยายามทุบให้ไฟท้ายรถหลุดออก
>> >>>>>>>>จากนั้นยื่นแขนออกมาจากรูโหว่แล้วโบกสุดฤทธิ์
>>คนขับมองไม่เห็นคุณ
>> >>>>>>>>แต่รับรองชาวบ้านเห็นแน่ๆ วิธีนี้ช่วยชีวิตคน
>> >>>>>>>>มานักต่อนักแล้ว
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>4. อย่านั่งแช่ในรถ สาวๆ ทั้งหลาย เมื่อเสร็จภารกิจช้อปปิ้ง
>>กินข้าว
>> >>>>>>>>เลิกงาน ฯลฯ
>> >>>>>>>>สาว ๆ เมื่อก้าวขึ้นรถแล้ว ก็มักจะ นั่งแช่
>> >>>>>>>>ทำอะไรต่อมิอะไรกระจุกกระจิก เป็นต้นว่า ดูสมุดบัญชี
>>จดลิสต์รายการ
>> >>>>>>>>ข้าวของ หรือเรื่องที่จะต้องทำ หรืออื่นๆ
>> >>>>>>>>ขอเตือนว่าอย่าทำเช่นนี้เป็นอันขาด ผู้ร้ายอาจ กำลังจับ
>> >>>>>>>>ตาเฝ้าดูคุณอยู่การที่นั่งจ่อมอยู่อย่างนี้แหละจะเป็นโอกาสอันงามที่มันจะก้าวขึ้นมานั่งในรถข้างๆ
>> >>>>>>>>คุณ เอาปืนจี้แล้ว
>> >>>>>>>>สั่งให้พาไปไหนต่อไหน
>> >>>>>>>>เพราะฉะนั้นก้าวขึ้นนั่งในรถเมื่อไรให้รีบล็อคประตูแล้วออกรถทันที
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>5. ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ
>> >>>>>>>>เมื่อคุณต้องเดินไปยังรถที่จอดในลานจอดรถ โรงจอดรถ
>>หรืออาคารที่จอดรถ
>> >>>>>>>>ก. ประสาทตื่นตัว
>>หมั่นสำรวจรอบตัวมองข้างในรถทั้งที่นั่งข้างคนขับ
>> >>>>>>>>พื้นรถรวมถึง เบาะหลังด้วย
>> >>>>>>>>ข. ถ้ารถคุณจอดอยู่ข้างรถตู้คันใหญ่
>>แนะนำให้ขึ้นรถด้านประตูผู้โดยสาร
>> >>>>>>>>ผู้ร้ายส่วนใหญ่มักฉวยโอกาสจังหวะที่เหยื่อกำลังเปิดประตูรถลากตัวเหยื่อขึ้นรถตู้
>> >>>>>>>>ค.
>> >>>>>>>>ดูรถที่จอดอยู่ข้างรถคุณทั้งฝั่งซ้ายและขวาหากมีผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวตรงเบาะด้านที่ใกล้รถคุณ
>> >>>>>>>>ควรหลีกเลี่ยงด้วยการเดินกลับเข้าไปในห้างหรือที่ทำงาน
>> >>>>>>>>แล้วขอให้เจ้าหน้าที่ห้าง หรือ รปภ.
>> >>>>>>>>หรือเพื่อนชายเดินกลับมาส่งที่รถ ปลอดภัยไว้ก่อน
>> >>>>>>>>ดีกว่าต้องเสียใจทีหลัง
>>(โดนหาว่าประสาทดีกว่าต้องซี้ม่องเซ็ก)
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>6. ควรใช้ลิฟต์แทนการขึ้นลงทางบันได
>> >>>>>>>>บันไดเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดถ้าอยู่คนเดียว
>> >>>>>>>>รวมทั้งเป็นจุดที่เกิดอาชญากรรมได้ดีที่สุด
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>7. หากผู้ร้ายมีปืน และคุณยังไม่ได้ถูกจี้ .. วิ่งหนี!
>> >>>>>>>>โอกาสที่มันจะยิงโดนคุณมีเพียง 4 ใน 100 ครั้งเท่านั้น
>> >>>>>>>>(เป้าเคลื่อนที่) และถึงจะยิงโดน
>>ก็เป็นไปได้มากว่าจะไม่ถูกอวัยวะสำคัญ
>> >>>>>>>>เพราะงั้นวิ่งลูกเดียว!
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>8. ผู้หญิงมักใจอ่อน ขี้สงสารและเห็นอกเห็นใจไม่ต้องเลย
>> >>>>>>>>เพราะอาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ข่มขืน หรือฆาตกรรมได้
>> >>>>>>>>กรณีนี้มีตัวอย่างมาแล้ว
>>ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งในอเมริกาชื่อ เท็ด
>> >>>>>>>>เบินดี้ม
>> >>>>>>>>เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีการศึกษา
>> >>>>>>>>มักใช้กลวิธีเรียกร้องความสงสารจากเหยื่อเพศหญิงซึ่งไม่ได้เกิดความสงสัยสักนิด
>> >>>>>>>>เขาหลอกลวงเหยื่อให้ตายใจด้วยการเดิน โดยอาศัยไม้เท้า
>> >>>>>>>>หรือแสร้งทำขากะเผลก
>> >>>>>>>>จากนั้นจะขอ "ความช่วยเหลือ" จากเหยื่อให้ช่วยพยุงขึ้นรถ
>> >>>>>>>>จากนั้นก็ใช้จังหวะนั้นลักพาตัวไป
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>9. จากหนังสือภัยจาก 108 มงกุฏ
>>เมื่อคุณกลับบ้านในเวลากลางคืน
>> >>>>>>>>หากถูกคนร้ายจี้ ชิงทรัพย์ ฯลฯ
>>เวลาร้องขอความช่วยเหลือให้ร้องว่า
>> >>>>>>>>"ไฟไหม้" แทนคำว่า "ช่วยด้วย"
>> >>>>>>>>เพราะคำว่าไฟใหม้จะทำให้ชาวบ้านในระแวกนั้นตกใจตื่นและออกมาดูสถานการณ์ได้เร็วกว่า
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>** หากท่านอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์
>>....สามารถช่วยกันส่งต่อ
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>ไปยังเพื่อนพี่น้องหรือคนรู้จักของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
>> >>>>>>>>ที่เป็นเพศหญิง!
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>หรือเพศชายก็สามารถอ่านไว้เป็นความรู้ได้เช่นกัน
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>เพราะสังคมปัจจุบันนี้
>>มีภัยอันตรายหลายรูปแบบเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>และนี่ก็อาจจะเป็นการป้องกันตัววิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดความสูญเสีย
>> >>>>>>>>
>> >>>>>>>>ที่เกิดจากการปฏิบัติการป้องกันตัวด้วยของตัวท่านเอง
>> >>>>>>>>

>